ดอกไม้

อกไม้ประจำวันเกิด

          วันนี้เรามีดอกไม้ ประจำวันเกิดมาให้อ่านกันค่ะ … ใครเกิดวันไหน ตรงกับต้นไม้ หรือดอกไม้อะไรก็อย่าลืมไปหามาปลูกนะคะ  

        เกิดวันอาทิตย์  

          ต้นไม้ประจำวันเกิด เป็นต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม  

          ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิด เป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์ 

          คนเกิดวันนี้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือล้น เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย  

        เกิดวันจันทร์  

          ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี  

          ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชนิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนเพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน  

 

        เกิดวันอังคาร  

          ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุข 

          ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้  

        เกิดวันพุธ 

          ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรักสันติภาพ 

          ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชนิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน  

        เกิดวันพฤหัสบดี  

          ต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ  

          ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักง่ายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็กๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ  

        เกิดวันศุกร์  

          ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่วันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน 

          ส่วนดอกไม้ของเธอคือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่มีเสน่ห์ล้นเหลือ หรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอเลตว่า “ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ” คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง  

        เกิดวันเสาร์  

          จะมีต้นไม้พวกต้นกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล เป็นต้นไม้ประจำวันเกิด  

          ดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว

 

ข้อดี 

สวยงาม

รถแต่ง

รถแต่งเครื่องเสียงรวมรถแต่งเครื่องเสียงแหล่มๆ แต่ละคันคือจัดเต็มกันมาทั้งนั้นเลย เอาไว้เพื่อโชว์ เอาไว้เพื่อประกวดอย่างเดียวเลย เพราะคงเอาไปใช้งานจริงลำบาก(ลำโพงเต็มรถซะขนาดนั้น) คลิปแรกเป็นรถแต่งเครื่องเสียงจากร้านจินแอร์แอนด์ซาวด์ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สนใจลองดูผลงานของร้านนี้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.jinairsound.com/ ส่วนคลิปนี้เป็นรถแต่งเครื่องเสียงจากร้านริมบึงคาร์แคร์ โคราช ครับ หลังจากดูรถกระบะกันมาแล้วคราวนี้จะเป็นรถเก๋งโตโยต้า ยาริสแต่งมั่งครับ แนะนำอีคลิปนึงครับเป็นเครื่องเสียงรถยนต์ในฮอนด้า ซีวิค แบบเต็มสูบจากBerm Car Audio ครับ
 
No Comments
 
ออโต้ซาลอนรวมภาพและคลิปในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโตซาลอน 2012 รวมพลคนรักรถแต่ง ซื่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดงานนี้ขึ้นมาครับ งานนี้มีทั้งรถแต่ง พริตตี้ทั้งจากญี่ปุ่นและไทยมากมายเลย แล้วก็มีน้องอ้อยคนดัง โซระ อาโออิ มาโชว์ตัวด้วยครับ(หนุ่มๆแน่นขนัดครับงานนี้ 55) ส่วนเซ็ตด้านล่างนี้เป็นรถแต่งที่ทางมาสด้านำมาแสดงครับ เห็นแล้วเกิดกิเลสจริงๆ แต่ละคันสวยงาม และดูทันยุคทันสมัยดีครับ สำหรับใครที่อยากไปชมบรรยากาศจริงๆตอนนี้ยังทันนะครับ งานมีถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 ที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ที่มาภาพ http://www.komchadluek.net/detail/20120623/133540/ชมภาพอาโออิร่วมงานออโตซาลอน2012.html ที่มาภาพ http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9550000076751 ที่มาภาพ http://www.manager.co.th/motoring/viewnews.aspx?NewsID=9550000075322
 
No Comments
 
Suzuki-swiftแต่งสวย4รวมภาพรถซูซูกิ สวิฟท์ แต่งงามๆ เอามาฝากหลายๆแนวครับ ค่ายรถยนต์ ซูซูกิ เริ่มกลับมามียอดขายถล่มทลายอีกครั้งหลังได้ออกเจ้าอีโค่คาร์ รุ่นใหม่ที่มีนามว่า “สวิฟ” มาให้ลูกค้าได้จับจองกัน โดยมียอดจองในช่วงปี 2012 ทะลุ 10,000 คันไปแล้ว (ต้องรอคิวยาวกันน่าดูครับ สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของ) เหตุผลที่ยอดจอง suzuki swift มีสูงมากนั่นก็มาจากหลายๆตัวแปรครับ หลักๆเลยก็เห็นจะเป็นเรื่องความเป็นอีโคค่าร์ และก็ความสวยงาม(เอามาแต่งได้หลายแนวมาก 
 
ข้อดี
 
ดูรถสวย
 
นำไปใช้

ผลฟุตบอล

ผลฟุตบอล เอไอเอสลีกภูมิภาค โซนอิสาน
อัพเดท 7 กค. 55
FT มหาสารคาม ยูไนเต็ด 0-0 นครพนม เอฟซี
FT ชัยภูมิ ยูไนเต็ด 1-0 อุดรธานี เอฟซี 
FT อุบลราชธานี เอฟซี 3-2 สกลนคร เอฟซี 
FT ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด 1-2 หนองคาย เอฟที

พรุ่งนี้ร้อยเอ็ดเราลงเเข่ง ส่งแรงใจเเรงเชียร์
ขอ 3แต้ม เฮกันดังๆเด้อออ!! พี่น้องงงงง!!!

 

ข้อดึ

- ได้ความภาคภูมืใจ

น่ารัก

รูปการ์ตูนน่ารักๆ เรารวมมาไว้ให้คุณแล้วค่ะ มีเยอะแยะเลย ทั้งการ์ตูนคู่รัก รูปการ์ตูนน่ารักๆ และอีกเยอะเลยค่ะ มาเลือกเอาไปเลยค่ะ

 

photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo
photo

 
ประโยชน์ 
- นำไปใช้
 

เด็ด

แจง พรรคไม่ขัดแย้ง แค่เห็นต่าง

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยคลิปเสียงคล้ายเสียงของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาบงการพรรคเพื่อไทยว่า ตนไม่แน่ใจว่าคลิปดังกล่าวมีการตัดต่อหรือไม่ แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์นำคลิปนี้มาเปิดเผยก็เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทำลายความน่าเชื่อถือพ.ต.ท.ทักษิณว่าเป็นผู้บงการพรรคเพื่อไทย และอยู่เบื้องหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ

ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณนั้นรับทราบเรื่องคลิปเสียงแล้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรขอให้เป็นไปตามกลไกกฎหมาย ซึ่งข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้บงการทุกอย่างในพรรคเพื่อไทยนั้นขัดกับเนื้อหาในคลิป เพราะเจ้าของเสียงบอกเองว่าสามารถโน้มน้าวให้พรรคเพื่อไทยและพ.ต.ท.ทักษิณชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ ได้ แสดงว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถบงการ หรือสั่งการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ ได้

สำหรับที่เกรงกันว่าคลิปเสียงที่หลุดออกมา จะทำให้เกิดการขัดแย้งภายในพรรคนั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดแย้งกัน เพียงแต่มีความคิดเห็นต่างกัน ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องคลิปดังกล่าวไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เสียเวลาบ้านเมือง ไร้สาระโคตร พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอานาซ่า มัวแต่บ้าเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ และเชื่อว่าเนื้อหาในคลิปไม่มีผลต่อการพิจารณาไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ส่วนผลการวินิจฉัยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 จะออกมาอย่างไรนั้นคงทำนายยากว่าอะไรจะเกิดในบ้านเมือง เป็นเรื่องของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่อยากสมมติว่า เราจะแพ้ เมื่อมีคำตัดสินออกมา ทุกฝ่ายคงดำเนินการตามความเหมาะสมในกรอบกฎหมาย แม้ว่าจะแพ้ชนะอย่างไร คิดว่าคนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย คงไม่ซ้ำเติมบ้านเมือง และพูดไม่ได้ว่า จะมีการประท้วงขนานใหญ่หรือไม่ หรือจะพร้อมรับโดยดุษฎี

อย่างไรก็ตาม นายนพดลกล่าวว่า ไม่ได้เตรียมพร้มอะไร หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในทางลบ ยังหวังในทางที่ดีว่า คำวินิจฉัยจะออกมาในทางถูกต้อง เราไม่ได้ไปรบกับใคร จึงไม่ต้องเตรียมดาบ ยังเชื่อมั่นว่า ถ้าความยุติธรรมมี ความสามัคคีจะตามมา ถ้าไม่มีความยุติธรรมความสามัคคีก็ไม่เกิด

ข้อคิดที่ได้

- ไม่ควรมาจับผิดกันเอง

- ควรจับมือกันได้แร้ว

คลิปน…

คลิปนักเรียน ม.ต้น ดูดนม เสื่อมอีกแล้ว! 18+, s  s  o: K7 j) Z/ w2 N

% o& E5 {+ n$ D+ D” I2 F

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

# D  p5 T# T( g* `* ~; r# f- o& l

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม1 G3 }5 Y6 N/ X0 B+ ~. M) ^8 H1 Q9 x

+ f$ v7 V7 f6 J+ G/ C6 F$ R) E

เสื่อมหนัก!! คลิปนักเรียนม.ต้น เปิดเต้าให้นักเรียนชายดูด

‘ e* ~9 B1 f# G  T2 {
มีการเผยแพร่คลิปในโลกออนไลน์ หลายต่อหลายครั้งปรากฎภาพนักเรียนในชุดเครื่องแบบนักเรียน กระทำอนาจาร เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม

อย่างเช่นล่าสุด คลิปนักเรียนหญิงเปิดเต้าให้นักเรียนชายดูดนม ทั้งที่อยู่ในวัยเรียน และสวมเครื่องแบบเนตรนารี โดยมีท่าทีสมยอม กำลังถูกเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ความยาว 2.16 นาที

$ U# v+ z+ s. o% ^% d

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม- J” L% }; j+ D0 D’ Y; y

เป็นสิ่งที่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ต้องกวดขันดูแล หามาตรการลงโทษเด็กเหล่านี้ เพราะแสดงถึงความเสื่อมโทรมของสังคมไทย ที่เด็กและเยาวชนกระทำอนาจารแบบขาดความยั้งคิด

8 `& b6 h) e) J9 o

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

 

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม/ A: B: K6 J& y

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

 

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม  ~1 G2 {/ {0 H2 w* j& |

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

 

, i4 I, j% K8 m5 B* d6 s’ h/ X; A

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

. w( ]( v3 |- T; O& r; B

 

% R, @4 F6 t0 ]& I6 d

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม+ P: ]3 H- p1 G1 [# x

; q; }, D’ {3 ~+ S7 G7 \% [

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

1 B4 Q& e8 v” m

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 

คลิปหลุดนักเรียน ม.ต้น ดูดนม

 
- ข้อคิดที่ได้ 
- ไม่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง
- ไม่สมควรทำ

ช้างไ…

ช้างไทยในสงครามประวัติศาสตร์
            ในสมัยโบราณมีการใช้ช้างในการทำสงคราม ซึ่งถือว่าช้างนั้นเป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึกเพื่อเอกราชของไทยเลยก็ว่าได้ การใช้ช้างในการทำสงครามนั้นได้มีการกล่าววิธีการต่อสู้เอาไว้ว่าพระเจ้าแผ่นดินหรือแม่ทัพก็จะใช้อาวุธของ้าวต่อสู้กันบนหลังช้าง ส่วนช้างที่ใช้ต่อสู้นั้นก็จะต่อสู้กับช้างของศัตรูช้างผู้ใดที่มีกำลังมากและสามารถสู้งัดช้างของศัตรู ก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะจะทำให้แม่ทัพนั้นสามารถใช้ของ้าวฟันคู่ต่อสู้ได้อย่างสะดวกและได้ชัยชนะ ซึ่งการรับชัยชนะนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของช้างและแม่ทัพด้วย ช้างศึกในสมัยโบราณนั้นมีมากมายหลายรัชสมัยโดยเริ่มจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในสมัยนี้พระองค์ได้รับช้างเผือกมาตัวหนึ่งซึ่งถือเป็นช้างเผือกแรกของกรุงศรีอยุธยา เลยก็ว่าได้จนพระองค์ได้รับพระราชสมัญญาอีกพระนามหนึ่งว่า พระเจ้าช้างเผือกและในสมัยพระมหาจักรพรรดิทรงใช้ช้างต่อสู้กับกองทัพของพม่าและได้เกิดตำนานพระศรีสุริโยทัยขึ้น นอกจากนี้ยังมีการรบบนหลังช้างที่สำคัญกับคนไทยมากที่สุดซึ่งถือเป็นการกู้เอกราชให้กับประเทศไทยเลยก็ว่าได้นั่นคือในสมัยสมเด็จ พระนเรศวรมหาราชซึ่งเป็นการรบระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดีโดยช้างที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้ในการทำศึกครั้งนี้คือเจ้าพระยาไชยานุภาพและเมื่อได้รับชัยชนะก็ได้สมญานามว่า เจ้าพระยาปราบหงสา ส่วนช้างที่พระสมเด็จพระเอกาทศรถผู้น้องทรงช้างนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร และต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีเมื่อครั้งที่ประชาชนเกิดความแตกแยกข้าศึกเข้าโจมตี พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นกำลังรวบรวมชาติไทยให้เป็นปึกแผ่นโดยทรงใช้ช้างในการรบด้วยเช่นกัน

ช้างไทยในพระราชพิธี
ภาพ ช้างเผือก 
http://www.thailandelephant.org/elephant1.php3 

ประเทศไทยเป็นชาติหนึ่งที่มีประเพณีที่ถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลซึ่งในประเพณีเหล่านี้ก็เกิดจากความเชื่อความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยในประเพณี หรือ พระราชพิธีต่างๆนี้ก็ได้มีการนำช้างเข้ามาประกอบพิธีเพื่อเป็นมิ่งมงคล ในประเพณีของไทยแต่เดิมช้างเผือกเป็นช้างที่สำคัญในงานพระราชพิธี ซึ่งพระราชพิธีเหล่านี้ได้แก่ งานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา และงานพระราชพิธีฉัตรมงคล การนำช้างเผือกขึ้นยืนที่แท่นเกยช้างด้านตะวันตกพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ในพระบรมมหาราชวังเพื่อประกอบ เกียรติยศจะต้องแต่งเครื่องคชาภรณ์ในรัชกาลที่  3 ได้มีการปรากฏถึงการนำช้างพระที่นั่งยืนแท่นในการรับแขกเมืองไว้ในพระราชพงศาวดารดาวกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้ในรัชกาลที่ 4  ที่กล่าวถึงในพระราชพิธีบวรราชาภิเษก พระบาทสมเด็จฯพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงช้างพระที่นั่งชื่อเจ้าพระยาไชยานุภาพพร้อมกันนี้ยังมีปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 5 กล่าวถึงการนำพระวิมลรัตนกิริณีช้างเผือกในรัชกาลที่ 4 แต่งด้วยเครื่องคชาภรณ์ออกยืนแท่นพร้อมกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปในพระราชพิธีพิรุณศาสตร์ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่เกี่ยวกับการขอความสมบูรณ์ให้กับต้นข้าวพืชพันธุ์ของประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ  ช้างที่นำมาใช้งานในพระราชพิธีเช่นนี้จะต้องมีการสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญก่อนซึ่งพระราชพิธีนี้แบ่งออกเป็น  2  ภร คือพิธีสมโภชขึ้นระวางพระราชทานนามช้าง งานสมโภชช้างนั้นจะจัดเป็นเวลาเท่าไหร่ ก็แล้วแต่ความเหมาะสมในแต่ละสมัยซึ่งในรัชกาลที่ 9 มีงาน 2 วัน

 

ช้างไทยในจิตรกรรมทางพระพุทธศาสนา
            จิตรกรรมภาพวาดของไทยที่ปรากฏในทุกสถานที่ที่สำคัญของเมืองไทยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับศาสนาความเชื่อที่ผู้คนในแต่ละพื้นที่มี งานจิตรกรรมส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาโดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีการนับถือพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ เริ่มจากเรื่องราวของพระนางสิริมหามายาสุบินนิมิตเห็นพระเศวตกุญชร ซึ่งเป็นช้างเผือกขาวในเรื่องนี้ก็ได้มีการทำจิตรกรรมฝาผนังเกิดขึ้นและในประเทศไทยได้ปรากฏอยู่ตามโบราณสถานที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอาทิเช่นในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในอาคารพิพิธภัณฑ์บ้านจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ ที่หอสมุดแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวเหตุการณ์ของช้างชื่อนาฬาคิรี ช้างคิรีเมขล์ ช้างปาลิไลยะ 

ช้างนาฬาคิรีเป็นช้างที่มีรูปสูงใหญ่ วิ่งเร็ว ดุร้าย เป็นช้างที่พระเทวทัตใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายพระพุทธเจ้าแต่เมื่อนาฬาคิรีมาเข้าใกล้พระพุทธเจ้าเพื่อทำร้ายแต่กลับกลายเป็นว่าพระพุทธเจ้าทรงแผ่เมตตาจนนาฬาคิรีสงบจิตรกรรมในเรื่องนี้ได้มีที่จิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะ จังหวัดเพชรบุรี จิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร ในอาคารพิพิธภัณฑ์บ้านจันเสน นครสวรรค์ 
จิตรกรรมฝาผนังในอาคารพิพิธภัณฑ์บ้านจันเสน นครสวรรค์ แสดงภาพพระพุทธเจ้าทรมานช้างนาฬาคีรี

ภาพ ช้างนาฬาคิรี จากหนังสือ ช้างในพุทธวรรณกรรมและพุทธศิลปกรรมหน้า 75

ช้างคิรีเมขล์เป็นช้างสูงใหญ่มีกำลังมากเป็นช้างพาหนะของพญามารที่แปลงกายเพื่อทำร้ายพระพุทธเจ้า จิตรกรรมในเรื่องนี้มีอยู่ที่ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร ในอาคารพิพิธภัณฑ์บ้านจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ ในวิหารวัดสุทัศนเทพวราราม ในอุโบสถวัดดุสิดารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ในอุโบสถวัดหนองสูง จังหวัดสระบุรี ในอุโบสถวัดเทพอุปการาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถวัดหนองยาวสูง สระบุรี แสดงภาพมารผจญ 

ภาพ ช้างคิรีเมขล์ จากหนังสือ ช้างในพุทธวรรณกรรมและพุทธศิลปกรรม

ช้างปาลิไลยกะเป็นช้างที่รับใช้พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่หมู่บ้านปาลิไลยกะ จิตรกรรมในเรื่องนี้มีอยู่ในอุโบสถวัดจรรย์และในอุโบสถวัดประตูสาร จังหวัดสุพรรณบุรี


 
จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถวัดจรรย์ จังหวัดสพรรณบุรี แสดงภาพพระพุทธเจ้าประทับ ณ ป่ารักขิตวัน มีช้างปาเลไลย์และลิงเฝ้าปรนนิบัติ

 

 

 

ช้างในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย
 ช้างเอราวัณ
            เป็นช้างที่มีชื่ออยู่ในวรรณคดีบาลีกล่าวกันว่าเป็นช้างพาหนะของพระอินทร์ เรื่องราวของช้างเอราวัณที่ได้ พูดถึงกันนั้นจะเกี่ยวข้องกับประวัติของท้าวสักกะหรือพระอินทร์ผู้เป็นราชาแห่งเทพชั้นดาวดึงส์
• ช้างไอราวัณ
            เป็นช้างที่มีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนภูเขา ผิวกายผ่องดูสดใส เป็นช้างที่มีพลังอำนาจมาก ช้างไอราวัณมีหน้าที่ เป็นช้างพาหนะของพระอินทร์ โดยมีหน้าที่หลายอย่างอาทิเช่น การนำพระอินทร์ออกรบ การทำฝน ช้างเอราวัณหรือไอราวัณนี้ปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง
• ช้างพลายมงคล
            เป็นช้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นช้างที่พระเจ้าเชียงใหม่ถวายเป็นบรรณาการแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีโสกันต์ แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชในเวลานั้นยังทรงพระเยาว์ พร้อมกับประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวังซึ่งจะทรงเลี้ยงช้างก็ไม่สะดวกนัก จึงประทานให้เจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ซึ่งเป็นพระอภิบาลเลี้ยงช้างและคอยกราบทูลถวายรายงานที่เกี่ยวกับพลาย มงคล ช้างพลายมงคลมาอยู่ที่บ้านเจ้าพระยาเทเวศรฯ หรือที่เรียกกันว่าวังบ้านหม้อซึ่งมีบริเวณกว้างขวางมีทางเดินขนาดใหญ่ พร้อมกันนี้ก็เป็นบ้านที่มีคนอยู่มากมาย พลายมงคลเมื่อมาอยู่บ้านนี้ก็รู้สึกครึกครื้นเป็นช้างชอบเล่นและเป็นที่ชื่นชอบแก่เด็กๆ รวมทั้งลูกๆ หลานๆ ของเจ้าพระยาเทเวศรฯ ด้วย พลายมงคลเป็นช้างที่ฉลาดจึงทำให้เจ้าพระยาเทเวศรฯ รักประดุจลูกพลายมงคลมีคนดูแลชื่อว่า ตาภู่ ซึ่งบุคคลทั้งสองนี้จึงเปรียบเหมือนเป็นพ่อของพลายมงคลเลยก็ว่าได้

 

ช้างไทยในแต่ละรัชกาล
            ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศ ปกครองมานานหลายรัชสมัย ซึ่งในการปกครองแต่ละรัชสมัยนั้นก็ได้มีช้างเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการปกครองตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งปัจจุบันช้างถือว่าเป็นสัตว์ที่ช่วยเสริมบารมีของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ตามความเชื่อในทางพระพุทธศาสนาที่ว่าพระพุทธเจ้าทรงเสวยราชย์เป็นพระยาช้างที่มีบุญบารมีมากว่า 500 ชาติ จึงถือได้ว่าช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทยเลยก็ว่าได้
กรุงสุโขทัย
ในศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวว่าพระเจ้ารามคำแหงมหาราชได้ชนช้างชนะขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด และยังมีอีกตอนที่กล่าวถึงช้างเผือกตัวโปรดของพระเจ้ารามคำแหงมหาราชที่ชื่อรุจาครี ซึ่งช้างเผือกตัวนี้ทรงให้แต่งด้วยเครื่องคชาภรณ์ แล้วทรงนำราษฎรออกบำเพ็ญกุศลตามพระอารามในอรัญญิกเมื่อครั้งที่ทรงครองกรุงสุโขทัย
กรุงศรีอยุธยา
            ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีช้างเผือกที่มีลักษณะพิเศษที่นำมาเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาล 
• ในสมัย สมเด็จพระอินทราชาที่ 2 ได้ช้างเผือกมา 1 เชือก 
• ในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราชได้ปรากฏช้างเผือกที่ชื่อพระฉัททันต์ขึ้น
• ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นรัชสมัยเริ่มต้นที่ให้ความสำคัญกับช้างเผือกมากที่สุด พร้อมทั้งยังมีช้างเผือกประจำรัชกาลนี้ถึง 7 เชือก คือ พระคเชนทโรดม พระรัตนากาศ พระแก้วทรงบาศ ช้างเผือกพังแม่และพังลูก พระบรมไกรสร พระสุริยกุญชร
• ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 (สมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ได้ช้างเผือกมา  2  เชือก คือ พระอินทร์ไอยราวรรณ และ เจ้าพระยาบรมคเชนทรฉัททันต์
• ในสมัยสมเด็จพระมหาบุรุษ( พระเพทราชา) ได้ช้างเผือกมา 2 เชือก คือ พระอินทรไอราพต และ พระบรมรัตนากาศ
• ในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญที่ 8 ( พระเจ้าเสือ ) ได้ช้างเผือกชื่อ พระบรมไตรจักร
• ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่  3 ( พระบรมโกศ )ได้ช้างเผือกมา 6 เชือก คือ พระวิเชียรหัสดิน พระบรมราชนาเคนทร พระบรมวิไชยคเชนทร พระบรมกุญชร พระบรมจักรพาลหัตถี พระบรมคชลักษณ์ 

กรุงธนบุรี
            สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ช้างพังเผือก ได้เมื่อครั้งนำกองทัพกรุงไปล้อมเมืองฝาง เจ้าฝางหนีพาช้างไปด้วย กองทัพติดตามได้ลูกช้างนำมาถวาย

กรุงรัตนโกสินทร์
 รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ช้าง 10 เชือก คือ พระบรมไกรสร ( บวรสุประดิษฐ) พระบรมไกรสร ( บวรบุษปทันต์ ) พระอินทรไอยรา พระเทพกุญชร พระบรมฉัททันต์ พระบรมนัขมณี พระบรมคชลักษณ์ ( อรรคคเชนทร์ ) พระบรมนาเคนทร์ พระบรมคชลักษณ์ ( อรรคชาติดามพหัตถี ) พระบรมเมฆเอกทนต์ 
• รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีช้าง 6 เชือก คือ พระยาเศวตกุญชร พระบรมนาเคนทร์ พระบรมหัศดิน พระบรมนาเคนทร์ ( คเชนทรธราธาร ) พระยาเศวตไอยรา พระยาเศวตคชลักษณ์ 
• รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีช้างเผือกอยู่ 20 เชือก คือ พระบรมคชลักษณ์ พระบรมไอยรา พระบรมนาเคนทร์ พระบรมเอกทันต์ พระยามงคลหัสดิน พระยามงคลนาคินทร์ พระบรมไกรสร พระบรมกุญชร พังหงษาสวรรค์ พระนัขนาเคนทร์ พระบรมไอยเรศ พระบรมสังขทันต์ พระบรมคชลักษณ์ ( ศักดิสารจุมประสาท ) พระบรมนขาคเชนทร์ พระนาเคนทรนขา พระบรมทัศนขา ช้างพลายสีประหลาด พระบรมศุภราช พระยามงคลคชพงศ์ ช้างพลายกระจุดดำ 
• รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีช้าง 15 เชือก คือ พระบรมนัขสมบัติ พระวิมลรัตนกิริณี พระบรมคชรัตน พระวิสูตรรัตนกิริณี พระพิไชยนิลนัข พระพิไชยกฤษณาวรรณ พระศรีสกลกฤษณ์ พระมหาศรีเศวตวิมลวรรณ ช้างพังเผือกเอก พระเศวตสุวรรณาภาพรรณ ช้างพัง เผือกเอก พระเทวสยามมหาพิฆเนศวร ช้างสีประหลาด เจ้าพระยาปราบไตรจักร พระยาไชยานุภาพ

 

• รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีช้าง 19 เชือก คือ พระเศวตวรวรรณ พระมหารพีพรรณคชพงษ์ พระเศวตสุวภาพรรณ พระเทพคชรัตนกิริณี พระศรีสวัสดิเศวตวรรณ พระบรมทันตวรลักษณ์ พระเศวตวรลักษณ์ พระเศวตวรสรรพางค์ พระเศวตวิสุทธิเทพา พระเศวตสุนทรสวัสดิ์ พระเศวตสกลวโรภาศ พระเศวตรุจิราภาพรรณ พระเศวตวรนาเคนทร์ ช้างพลายเผือกเอก พระศรีเศวตวรรณิภา พระเศวตอุดมวารณ์ ช้างพลายสีประหลาด  2 เชือก เจ้าพระยาไชยานุภาพ 
• รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ช้าง พระเศวตวชิรพาหะ
• รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ช้าง พระเศวตคชเดชน์ดิลก

• รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มีช้างเผือก 10 เชือก คือ พระเศวตอดุลยเดชพาหน พระเศวตวรรัตนกรี พระเศวตสุรคชาธาร พระศรีเศวตศุภลักษณ์ พระเศวตศุทธวิลาศ พระวิมลรัตนกิริณี พระศรีนรารัฐราชกิริณี พระเศวตภาสุรคเชนทร์ พระเทพรัตนกิริณี พระเศวตภาสุรคเชนทร์ พระเทพรัตนกิริณี พระบรมนขทัศ

 

ประโยชน์

- รู้จักช้างตามราชกาลต่างๆ

ข้อคิด

- เป็นสิ่งที่ควรรู้

- น่านำมาศึกษา

 

ที่มา

http://nulilly.multiply.com/journal/item/20/20

ชวนชม…

ชวนชม (Desert Rose; Impala Lily; Mock Azalea) เป็นชื่อของพรรณไม้ที่มีสีสันของดอกสวยงาม เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแห้งแล้งมาก จนได้รับสมญาว่า Desert Rose (กุหลาบทะเลทราย) นอกจากนี้ตามความเชื่อของคนไทยชื่อ “ชวนชม” ยังเป็นชื่อที่มีความไพเราะเป็นศิริมงคล และชาวจีนว่า “ปู้กุ้ยฮวย” ซึ่งแปลว่า ดอกไม้แห่งความร่ำรวย แต่ดอกชวนชมมีสาร abobioside, echubioside ตรงนำ้ยางสีขาว ถ้าน้ำยางถูกผิวหนังจะทำให้ผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดง ถ้าเข้าตา ตาจะอักเสบ กินเข้าไปจะเป็นพิษ แต่น้ำยางมีรสขมมาก โอกาสกินมีน้อย ถ้ากินจะมีผลต่อหัวใจ อาการเบื้องต้นจะทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตาพร่า หัวใจเต้นอ่อน ความดันลดลงอาจตายได้

ถิ่นกำเนิดของชวนชมมีการค้นพบครั้งแรกโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ P. Forskal ทางภาคตะวันออกของทวีปแอฟริกาแถบประเทศแทนซาเนียและเคนย่า ในปี พ.ศ. 2305 แต่ตอนนั้นเชื่อว่าเป็นเพียงลั่นทมพันธุ์ใหม่ ต่อมาปี พ.ศ. 2357 นายโจเซฟ ออกัสต์ ซูลตส์ (Josef August Schultes) นักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรีย ได้อธิบายความแตกต่างระหว่างชวนชมกับลั่นทมจนเป็นที่ยอมรับ ส่วนในประเทศไทย มีการพบชวนชมตั้งแต่ประมาณสมัยรัชกาลที่ 6 แต่ก็ไม่ทราบว่ามีการนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไร

ควรปลูกในที่มีแสงแดดจัดในช่วงครึ่งวันเช้า ดินที่เหมาะสม คือ ดินร่วน ระบายน้ำได้ดีสูตรที่นิยมให้ปลูกคือดินร่วนผสมใบก้ามปูหมักในอัตราส่วน 3:1 หรือดินปลูกสำเร็จรูปขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ชวนชมลำต้นอุ้มน้ำได้ดีการให้น้ำจึงไม่ควรให้บ่อยจนเกินไป อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

การให้ปุ๋ยใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 สูตรเสมอในปริมาณแต่น้อยทุก 2 สัปดาห์เมื่อโตเต็มที่จึงเปลี่ยนเป็นปุ๋ยเร่งดอกสูตร 8-24-24 ทุก 2 สัปดาห์ การตัดตกแต่งกิ่งต้นชวนชม โดยธรรมชาติของชวนชมเป็นต้นไม้ที่มีความอ่อนช้อย การตัดแต่งกิ่งควรตัดกิ่งเกะเก้งก้างออกไปเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกละได้โชว์โขดหรือหวัที่สวยงานของชวนชม

การขยายพันธ์

ทำได้โดยการเพาะเมล็ดการเสียบยอด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

  • การเพาะเมล็ด ควรใช้เมล็ดใหม่ไม่ควรใช้เมล็ดเก่าเก็บไว้นานเมล็ดใหม่จะมีเปอร์เซ็นต์ในการงอกเยอะกว่า นำเมล็ดไปเพาะในตะกร้าที่มีส่วนผสมของทรายหยาบกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 1:1
  • การเสียบยอด ต้องคัดต้นตอที่แข็งแรง ขนาดตามต้องการ จากนั้นตัดยอดของต้นตอตามขวาง ผ่าให้เป็นรูปตัววี และนำยอดพันธ์ดี ของชวนชม ซึ่งเป็นพันธ์ที่คัดเลือกไว้แล้ว ความยาวประมาณ1.5-2นิ้ว แล้วบากให้เป็นลิ่ม กะขนาดให้พอดีกับรูปตัววีที่ผ่าไว้ที่ต้นตอจากนั้นนำยอดพันธ์ไปเสียบที่ต้นตอ ระวังอย่าให้ต้นช้ำ พันด้วยพลาสติกใสพันต้นไม้ คลุมด้วยถุงพลาสติกแล้วมัดด้วยเชือก ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วัน จะสังเกตุเห็นชวนชมที่นำไปเสียบ เริ่มแตกใบอ่อน จึงแกะถุงพลาสติกที่คุลมออกจะได้ต้นชวนชมพันธ์ใหม่ตามที่ต้องการ

ประโยชน์ 

- รู้จักที่มา วิธีการปลูก เเละดูแล

ข้อคิด

- รู้จักความเป็นมา

- การขยายพันธุ์

- การปลูก

ที่มา 

-http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%A1